บทที่ 9 ยักษ์จะกินเด็ก 9
หลังจากประชุมเสร็จยักษ์ก็ต้องมาเคลียร์งานอีกสารพัดอย่างให้จบด้วยความเมื่อยล้า แต่ก็น่าแปลกที่ภาพน้องมิลล์ตอนกินขนมมันวนเวียนในหัวไม่หยุดเลย เขาไม่มีสมาธิเพราะเธอมารบกวนนะจะรู้ตัวบ้างไหม
คืนนี้เขาไม่แน่ใจว่าจะไปเฝ้าดีไหมหรือว่าไปลากตัวกลับมาเลย ที่บาร์แถวมหาวิทยาลัยผู้ชายมันเยอะมาก เกิดเธอเผลอไปยิ้มหวานให้ใครจนถูกใจเขาก็มีคู่แข่งเพิ่มอีกสิ
น้องมิลล์เป็นแฟนเขาอย่าลืมสิ ดังนั้นถ้าบังเอิญว่ามือลั่นไปต่อยปากใครมันจะซวยเอาได้ แล้วถ้าเผลอคุมตัวเองไม่อยู่จัดทั้งมือทั้งเท้านี่ละก็งานเข้าแน่นอน
อยากเป็นคนดีให้แฟนนะแต่บางทีมันยากวะ
“ฮัลโหลไอ้ไมกูมีเรื่องจะถาม?”
(ว่า?)
“คืนนี้น้องมิลล์ขอมึงไปเที่ยวรึยัง?”
(เที่ยวเหี้ยไรวะกูไม่เห็นรู้เรื่องเลย)
“เหรอวะ?”
(มึงมีอะไรก็พูดมาไอ้ส้นตีน!)
“คือกูรู้มาว่าคืนนี้น้องมิลล์จะไปเที่ยววะ แต่ว่าหน้ามอผู้ชายแม่งโคตรเยอะเลยนะเว้ย กูกลัวว่า…”
(ดื้อจังวะ! เดี๋ยวกูจัดการน้องกูเองขอบใจนะเว้ยที่บอก)
“ไม่เป็นไรน้องสาวมึงกูก็รักเหมือนกัน” เขาวางสายไปแล้วยิ้มออกมาเพราะอย่างน้อยคืนนี้จะไม่ต้องทำอะไรให้ตัวเองดูเลวร้ายเลย เขาใช้ไอ้ไมโลให้มันไปตามน้องมิลล์กลับมาบ้านแล้วหลังจากนั้นเขาจะสั่งสอนเธอเองดีกว่า
ไอ้ไมโลมันคิดว่าเขารักน้องมิลล์แบบน้องสาวทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่และไม่มีวันเป็นแบบนั้นได้ด้วย เขารักน้องมิลล์แบบที่อีกฝ่ายไม่ต้องทำเหี้ยอะไรสักอย่าง แล้วยังหลบหน้ากันตลอดเวลาอีก คอยดูเถอะคืนนี้เราจะได้เคลียร์กันยาว
“ยักษ์แม่มีเรื่องจะคุยด้วย”
“เรื่องอะไรห่ะแม่?”
“คืนนี้ว่างไหมลูกแม่มีใครอยากจะแนะนำให้รู้จัก”
“ผมมีเมียแล้วนะแม่”
“ห่ะ! เมียเหรอ?”
“ก็ใช่ไง ผมขอตัวนะวันนี้จะไปหาเมีย”
“แม่ไม่เอาพวกไม่มีหัวนอนปลายเท้าหรอกนะ!”
“แม่ไม่เอาแต่ผมจะเอา โอเค?”
“ตายักษ์!!”
“ไม่ต้องช่วยหาและไม่ต้องคิดมากนะ แม่ได้ลูกสะใภ้แน่นอน” เขาหยิบสูทมาใส่เดินไปตบบ่าแม่ให้กำลังใจ แล้วออกจากห้องทำงานไปเพราะตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว
เมื่อวานน้องมิลล์แวะไปฟิสเนตออกกำลังกายไปชั่วโมงกว่า แต่ความจริงคงจะคิดถึงเขาแน่เลยพอไม่เจอกันเลยงอนแบบนี้ไง เมื่อวานได้ข่าวว่าอารมณ์ดีมากด้วยนะ สงสัยคงจะฟิตหุ่นเพื่อเอาใจเขาใช่ไหมละ
ความจริงน้องมิลล์คงจะชอบเขาแต่เก็บอาการเฉยๆ
เฮ้อ…คิดถึงจังวะไอ้เด็กปากแข็ง!
หรือว่าการที่น้องมิลล์หลบหน้ากันอาจจะเพราะแอบรักเขาอยู่ก็ได้เลยไม่กล้าเจอเพราะจะเขินมาก นี่เขาต้องคิดใหม่ได้แล้วแหละว่าการหลบหน้าของเธอตลอดสามเดือนคืออาการเขินอย่างหนึ่งที่น้องมิลล์แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจน
ถ้าเราใจตรงกันทำไมไม่คบกันเปิดเผยไปเลยวะ
“สักวันหนูจะรู้ว่าพี่รักขนาดไหน” มันเป็นความรักที่แปลกมากเลยเพราะว่าไม่เคยลดลงสักนิดเดียว ในสายตาเขาน้องมิลล์ทำอะไรก็น่ารักน่าเอ็นดูไปหมดทุกอย่าง แล้วภาพเธอก็วนเวียนในหัวตลอดเวลาแม้แต่ในฝันยังตามไปหลอกหลอนไม่หยุด
เขาอยากมีเมียจริงๆแล้ว
ทางด้านไมโลขับรถไปตามที่เพื่อนโทรมาบอก ตอนนี้เวลาสามทุ่มนิดๆเพื่อลากตัวน้องสาวหัวดื้อติดเที่ยวให้กลับบ้านไปอบรมใหม่อีกครั้ง เพื่อให้เข้าใจว่าหน้าที่ตัวเองมีแค่เรียนเท่านั้น
กับคนอื่นเขาอาจจะทำตัวสบายๆแต่กับน้องสาวมันไม่ใช่เว้ย มิลล์เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆไร้เดียงสาจะไปรู้ทันเล่ห์กลผู้ชายสมัยนี้เหรอ เขาเป็นห่วงถึงคอยกำหนดกฏเกณฑ์ต่างๆให้รัดกุมแต่ดูทำตัวสิน่าตบให้คว้ำไหมละ
“หมดแก้วเว้ย!”
“เชี้ย! แม่งกูเหมือนเห็นพี่ชายวะ”
“มึงเมาแล้วกูไปส่ง”
“ไม่ต้อง! พี่กูดุถ้ารู้ว่าผู้ชายมาส่งเอาตายแน่!”
“ดุแค่ไหนวะ?”
“ยังกับหมาบ้าเลยเว้ย! เดี๋ยวกูเรียกแท็กซี่กลับเองได้”
เขายืนกอดอกมองน้องสาวที่ท่าทางจะเมาแล้วคุยกับเพื่อนผู้ชายท่าทีเลวๆคนหนึ่ง แล้วสายตามันน่ะแทะโลมน้องกูดีจังไอ้ควายเผือก! เขาเดินตรงไปหยุดหน้าโต๊ะมองน้องสาวที่อ้าปากค้างก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆมาให้
“ไง?”
“ก็…นิดหน่อยเอง” เธอรู้สึกเหมือนจะหายเมาเลย
“ใครวะมึง?” มินกระซิบถามเบาๆ
“พี่ชายกูเอง” เธอตอบเสียงสั่นแล้ววางแก้วเหล้าลงด้วยความเสียดาย ก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายเดินออกไป ส่วนค่าเครื่องดื่มพี่ไมโลวางเงินสดไว้บนโต๊ะแล้ว
“อย่าคิดยุ่งกับน้องสาวกูเด็ดขาด!” เขาพูดเสียงไม่ดังมาก แต่รับรองว่าไอ้คนที่มันจ้องน้องสาวเขาอยู่ได้ยินแน่นอนถึงได้ทำหน้าถอดสีแบบนี้
ใครจะจีบมิลล์เขาต้องสแกนให้ก่อน!
เขาเดินตามน้องสาวออกไปอย่างรวดเร็วจะได้รีบพากลับ แล้วจะไปหาเมียต่อ คืนนี้คงอาจจะไม่ได้เคลียร์กันแต่พรุ่งนี้ต้องมีคุยแน่นอน ถ้ายังเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ิอนาคตคงแย่แน่นอน
น้องสาวคนเดียวใครไม่เป็นห่วงบ้างวะ
